ethereum

นอกจากบิทคอยน์ที่เป็นราชาแห่งสินทรัพย์ดิจิทัล ถ้าจะหาเหรียญพระรองก็น่าจะต้องเป็น Ethereum อย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่มากเป็นอันดับสองของโลกรวมถึงรูปแบบการใช้งานที่ค่อนข้างชัดเจน 

ผู้ที่ให้กำเนิด Ethereum ก็คือ Vitalik Buterin โปรแกรมเมอร์ชาวรัสเซียถือเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญในวงการสินทรัพย์ดิจิทัลและบล็อกเชนของโลกโดยเขาเริ่มเปิดใช้งาน Ethereum มาตั้งแต่ปี 2015 

หากบิทคอยน์ถูกนำไปใช้งานในฐานะสกุลเงินใหม่ Ethereum จะถูกนำไปใช้สร้างสัญญาอัจฉริยะหรือ Smart Contract พูดให้ง่ายๆคือเป็นโค้ดภาษาคอมพิวเตอร์ประเภทหนึ่งที่สามารถตั้งคำสั่งไว้ให้เกิดการทำงานตามที่ต้องการตามเงื่อนไขที่วางไว้

รูปแบบการทำงานของ Smart Contract คล้ายคลึงกับผู้ให้บริการเอกสารออนไลน์อย่าง Google doc ที่เชื่อมโยงผู้ใช้งานเข้าด้วยกันหากคนใดคนหนึ่งเข้าไปปรับเปลี่ยนแก้ไขเอกสารในระบบทุกคนจะสามารถเข้าถึงรับรู้และเข้าไปแก้ไขได้อีกหนึ่งตัวอย่างของการใช้  Smart Contract นั่นคืองานเอกสารการโอนสิทธิต่างๆเช่นการโอนที่ดินหรือโอนหุ้นที่เดิมจะต้องมีหน่วยงานกลางเป็นผู้จัดการดูแลแต่การทำงานแบบไร้คนกลางหรือ Decentralized จะตัดการทำงานของคนกลางออกไปเหลือแต่ผู้ทำธุรกรรมสองคนจะทำรายการและตรวจสอบกันเอง

ซึ่ง Smart Contract  จะเข้ามา Disrupt การทำธุรกิจดั้งเดิมที่จะต้องพึ่งพาตัวกลางที่มีผู้ควบคุมดูแลและยังประหยัดเวลาขั้นตอนการทำงานและมีความโปร่งใสอีกด้วย

Ethereum เป็นโค้ดที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและนำไปใช้สร้าง Smart Contract ของตัวเองได้จึงมักนำมาใ้ช้สร้างโทเคนดิจิทัลใหม่ๆในรูปแบบ Utility Token ที่เกิดจากการทำ ICO นั่นเอง

ช่วงที่ผ่านมาหลายปีก่อนที่กระแสของการระดมทุนแบบ ICO มาแรงอย่างมากทำให้เหรียญ Ethereum เป็นที่ต้องการอย่างมากเนื่องจากต้องนำนำไปใช้ในการสร้าง Smart Contract นั่นเองซึ่งเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังก็คือ ERC-20 โดยผู้ที่นำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้ออกโทเคนจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมหรือที่เรียกว่า Gas เป็นค่าตอบแทน

ล่าสุด Ethereum ได้ถูกนำมาใช้สำหรับการสร้างโปรเจคต์ใหม่ที่เป็นนวัตรกรรมทางการเงินอย่าง Decentralized Finance หรือ Defi ซึ่งมีมูลค่าแตะ 25,000 ล้านดอลลาร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ไม่นานจากนี้ Ethereum กำลังจะอัพเกรดตัวเองครั้งสำคัญเป็น ETH2.0 โดยจะเปลี่ยนจากวิธียืนยันข้อมูลแบบ Proof-of-Work ที่ต้องใช้เครื่องขุดเหมือนกับบิทคอยน์ไปยังระบบ Proof-of-Stake ซึ่งไม่ต้องเปลืองพลังงานในการขุด

Ethereum เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีศักยภาพสูงและเป็นแรงขับเคลื่อนของเศรษฐกิจยุคใหม่อย่างแท้จริงจึงทำให้เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมาร์เกตแคปใหญ่เป็นอันดับสองรองจากบิทคอยน์เท่านั้น

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง : ทำความรู้จัก “บิทคอยน์” ราชาแห่งสกุลเงินดิจิทัล

Scroll to Top

โปรดเลือก Login ด้วย Facebook หรือ Google

หรือเข้าสู่ระบบด้วย Email