<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Ricco &#8211; บิตคอยน์ สินทรัพย์ดิจิทัล</title>
	<atom:link href="https://ricco.tech/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://ricco.tech/</link>
	<description>มือใหม่เข้าใจสินทรัพย์ดิจิทัล</description>
	<lastBuildDate>Wed, 22 Jul 2026 02:56:35 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.4</generator>

<image>
	<url>https://ricco.tech/wp-content/uploads/2021/03/cropped-logo-ricco-32x32.png</url>
	<title>Ricco &#8211; บิตคอยน์ สินทรัพย์ดิจิทัล</title>
	<link>https://ricco.tech/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>รีวิว Deepscope แพลตฟอร์มวิเคราะห์หุ้นสหรัฐฯ-ไทย ด้วย AI Signal</title>
		<link>https://ricco.tech/deepscope-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นเรศ เหล่าพรรณราย]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Jul 2026 02:56:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Web3 Marketing]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ricco.tech/?p=3216</guid>

					<description><![CDATA[<p>Deepscope คือ ฟินเทคผู้พัฒนาแพลตฟอร์มวิเคราะห์การลงทุนใ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://ricco.tech/deepscope-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad/">รีวิว Deepscope แพลตฟอร์มวิเคราะห์หุ้นสหรัฐฯ-ไทย ด้วย AI Signal</a> appeared first on <a href="https://ricco.tech">Ricco - บิตคอยน์ สินทรัพย์ดิจิทัล</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="p1"><span class="s1">Deepscope </span>คือ ฟินเทคผู้พัฒนาแพลตฟอร์มวิเคราะห์การลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯและตลาดหุ้นไทยโดยใช้เอไอในการวิเคราะห์ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคเพื่อนำไปใช้ในการกำหนดกลยุทธ์การลงทุน</p>
<p class="p1"><b>จากฟินเทคระดับภูมิภาคสู่บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน</b><b></b></p>
<p class="p1"><span class="s1"> Deepscope </span>คือ บริษัทฟินเทคสัญชาติไทยแต่ได้รับการระดมทุนและรางวัลในระดับนานาชาติตลอดจนได้เป็นผู้พัฒนาเอไอในการตัดสินใจลงทุนให้กับบริษัทหลักทรัพย์และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจำนวนมาก</p>
<p class="p1">ล่าสุด<span class="s1"> Deepscope </span>ได้รับใบอนุญาตการเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน<span class="s1"> (</span>บลป<span class="s1">.) </span>จาก ก<span class="s1">.</span>ล<span class="s1">.</span>ต<span class="s1">. </span>ทำให้สามารถให้คำแนะนำการลงทุนในหุ้นรายตัวโดยเก็บค่าธรรมเนียมได้</p>
<p class="p1"><b>โปรแกรมให้คำแนะนำการลงทุนด้วย</b><span class="s1"><b> AI Signal </b></span></p>
<p class="p1"><span class="s1"><b> </b>Deepscope </span>ได้พัฒนาฟีเจอร์<span class="s1"> Signal </span>สำหรับใช้ตัดสินใจซื้อและขายหุ้นทุกตัวในตลาดสหรัฐฯและไทย โดยพิจารณาจากปัจจัยทางเทคนิคหลายด้านมาเป็นสัญญาณที่จะส่งให้ผู้ใช้งานผ่านทางเวบไวต์และแอปพลิเคชั่น<span class="s1"> Line </span>ช่วงก่อนที่จะเปิดตลาด เพื่อให้ตัดสินใจซื้อหรือขายในช่วง<span class="s1"> ATO </span></p>
<p class="p1">โดยหากเกิดสัญญาณ<span class="s1"> Buy </span>แล้ว สามารถที่จะถือ<span class="s1"> (HOLD) </span>หุ้นตัวนั้นไปได้จนกว่าจะเกิดสัญญาณขาย<span class="s1"> (Sell) </span>ทั้งนี้<span class="s1"> Signal </span>ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงคำแนะนำในการซื้อขาย ผู้ใช้งานจะต้องตัดสินใจส่งคำสั่งรวมถึงบริหารเงินในพอร์ตด้วยตัวเอง</p>
<p class="p1">หากสนใจใช้งานฟีเจอร์<span class="s1"> Signal </span>ของ<span class="s1"> Deepscope </span>สามารถทดลองใช้งานได้ในลิงค์นี้สามารถทดลองใช้งานเต็มรูปแบบได้ฟรี<span class="s1"> 7 </span>วัน</p>
<p class="p4"><b>Opportunity-Quality</b></p>
<p class="p1">จะเป็นการใช้<span class="s1"> AI </span>วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน<span class="s1">0t</span>แบ่งเป็น<span class="s1"> 5 </span>หมวดหมู่ คือ หุ้นเติบโต หุ้นพื้นฐานดี หุ้นปันผล หุ้นเพิ่งเข้าตลาด และหุ้นกลับตัว โดยหุ้น<span class="s1"> 5 </span>กลุ่มนี้มีคาแรกเตอร์ที่ต่างกันและ</p>
<p class="p1">หุ้นโตเร็วบริษัทมีประสิทธิภาพในการทำกำไรอย่างดีเยี่ยมและดีขึ้นเรื่อยๆอย่างรวดเร็วมีสุขภาพทางการเงินที่ดูดีมีความเสี่ยงได้บ้างราคาหุ้นอาจจะสูงเป็นบางตัว</p>
<p class="p1">หุ้นมั่นคงบริษัทมีประสิทธิภาพในการทำกำไรในขั้นดีและมีสุขภาพทางการเงินที่ดีเยี่ยมเติบโตช้าๆแต่มั่นคง</p>
<p class="p1">หุ้นปันผลบริษัทมีอัตราปันผลที่ดีอย่างต่อเนื่องและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆมีประสิทธิภาพในการทำกำไรในระดับโอเคและมีสุขภาพทางการเงินที่ดี</p>
<p class="p1">หุ้นใหม่เพิ่งเข้ามาในตลาดมีประสิทธิภาพในการทำกำไรล่าสุดในขั้นดีและมีสุขภาพทางการเงินดีบริษัทเหล่านี้จะยังมีข้อมูลทางการเงินให้วิเคราะห์ไม่มากนัก</p>
<p class="p1">หุ้นฟื้นตัวจากการตกต่ำบริษัทเคยประสบภาวะขาดทุนแต่เพิ่งกลับมาทำกำไรและกำไรเริ่มที่จะเติบโตขั้นต่อเนื่องรวมถึงสุขภาพทางการเงินดีขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยและไม่กลับไปขาดทุนเหมือนเก่า</p>
<p class="p1">ทั้งนี้ในตลาดหุ้นสหรัฐฯจะแนะนำเฉพาะหุ้นเติบโตหรือ<span class="s1"> iGrowth </span>เท่านั้นในตอนนี้</p>
<p class="p4"><b>Opportunity-Timing</b></p>
<p class="p5">จะเป็นการวิเคราะห์ด้วย<span class="s2"> AI </span>เพื่อที่จะหาจังหวะในการเข้าซื้อด้วยปัจจัยทางเทคนิค จะแบ่งตามหมวดหมู่เป็น<span class="s2"> 4 </span>หมวดหมู่ โดยหน้า<span class="s2"> All Timing </span>จะคัดเลือกหุ้นที่มีกราเทคนิคเด่นตามแต่ละช่วงเวลา หุ้นที่มีคะแนนสูงจะถูกจัดไว้อยู่ด้านลน</p>
<p class="p5">หน้า<span class="s2"> Social </span>จะจัดลำดับหุ้นตามคะแนนค่า<span class="s2"> Social </span>โดยอิงจากหุ้นที่มีการพูดถึงมากที่สุดตามในโลกออนไลน์</p>
<p class="p5"><span class="s2"> MACD </span>จัดลำดับหุ้นตามค่า<span class="s2"> MACD </span>โดยอิงจากจังหวะการเข้าซื้อ อินดิเคเตอร์นี้ยังกรองเอาเพียงหุ้นที่มีค่า<span class="s2"> MACD &gt; 0 </span>และเส้น<span class="s2"> MACD </span>เพิ่งตัดขึ้นเหนือเส้น<span class="s2"> signal </span>ไม่เกิน<span class="s2"> 3 </span>วัน</p>
<p class="p5"><span class="s2"> RSI </span>จัดลำดับหุ้นตามค่า<span class="s2"> RSI </span>โดยอิงจากจังหวะการเข้าซื้อ อินดิเคเตอร์นี้คัดกรองเอาเพียงหุ้นที่เส้น<span class="s2"> RSI </span>เพิ่งตัดขึ้นเหนือ<span class="s2"> 70 </span>ไม่เกิน<span class="s2"> 3 </span>วัน</p>
<p class="p5"><span class="s2"> STOCHASTIC </span>จัดลำดับหุ้นตามค่า<span class="s2"> STOCHASTIC </span>โดยอิงจากจังหวะการเข้าซื้อ อินดิเคเตอร์นี้กรองเอาเพียงหุ้นที่มีเส้น<span class="s2"> STOCHASTIC </span>เพิ่งตัดขึ้นเหนือเส้น<span class="s2"> d </span>ไม่เกิน<span class="s2"> 3 </span>วันและมีค่ามากกว่า<span class="s2"> 80</span></p>
<p class="p6"><b>Market Trends</b></p>
<p class="p7"><b> </b>เป็นเครื่องมือสำหรับระบุแนวโน้มตลาดประจำวัน โดยแสดงค่าเป็นความน่าจะเป็น<span class="s1"> % </span>หรือ<span class="s1"> Probability </span>ในการเกิดภาวะตลาดในรูปแบบ<span class="s1"> Downtrend, Sideway </span>และ<span class="s1"> Uptrend</span></p>
<p class="p7">การคำนวณจะใช้ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯและตลาดหุ้นไทยในการคำนวณประกอบกับการใช้เครื่องมือ<span class="s1"> technical analysis </span>ได้แก่<span class="s1"> Average Direction Index (ADX), Moving Average Convergence/Divergence (MACD) </span>โดยเป็นการคำนวณและปรับแต่งในรูปแบบที่ทางทีมงาน<span class="s1"> Deepscope.com </span>คิดค้นขึ้นมา ให้สามารถแนะนำแนวโน้มของตลาดในลักษณะของความน่าจะเป็น</p>
<p class="p7"><span class="s1">Downtrend </span>หมายถึง ความน่าจะเป็นที่ตลาดจะมีทิศทางขาลง</p>
<p class="p7"><span class="s1"> Uptrend </span>หมายถึง ความน่าจะเป็นที่ตลาดจะมีทิศทางขาขึ้น</p>
<p class="p7"><span class="s1"> Sideway </span>หมายถึง ความน่าจะเป็นที่ตลาดจะไม่มีแนวโน้มที่ชัดเจน ซึ่งอาจหมายถึงการแกว่งตัวในกรอบ หรือการปรับตัวของดัชนีที่มีแนวโน้มไม่แข็งแรงเพียงพอ</p>
<p class="p7">ด้วยวิธีการวิเคราะห์ข้างต้นเครื่องมือ<span class="s1"> Market Trend </span>จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถประเมินความเสี่ยงและปรับกลยุทธ์ได้ตามความเหมาะสมของนักลงทุน ด้วยอัตราส่วน ความน่าจะเป็นของตลาดในรูปแบบต่างๆ</p>
<p class="p8"><b>Back Test</b></p>
<p class="p5"><b> </b>คือฟีเจอร์ที่สามารถวิเคราะห์ย้อนหลังไปได้ว่าถ้าเราลงทุนในหุ้นตัวใดตัวหนึ่งในช่วงเวลาหนึ่งอย่างเช่นหนึ่งเดือน ระบบจะช่วยวิเคราะห์ให้ได้ว่าผลตอบแทนที่จะเกิดขึ้นอยู่ที่เท่าไรโดยสามารถเลือกหุ้นที่ต้องการจะ<span class="s2"> Backtest </span>ได้หลายตัวในเวลาพร้อมกัน ระบบจะทำการวิเคราะห์ให้ได้เลยว่าหุ้นตัวไหนสร้างผลตอบแทนได้เท่าไรเมื่อเทียบกับพอร์ตรวม เพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์แนวทางการเลือกหุ้นลงทุนของเราว่าสามาถใช้งานได้หรือไม่</p>
<p class="p8"><b>Wealth Plan</b></p>
<p class="p5"><b> </b>คือฟีเจอร์ที่ช่วยวางแผนทางการเงินให้กับเราเพื่อที่จะนำไปสู่แผนการเกษียนได้ในอนาคต โดยก่อนที่จะใช้งานต้องกรอก<span class="s2"> SUITABILITY TEST </span>เสียก่อน จากนั้นระบบจะคัดเลือกสินทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ตามความเสี่ยงที่รับได้มาเป็นทางเลือกในการลงทุน</p>
<p class="p8"><b>MAGIC FORMULA </b></p>
<p class="p5"><b> </b>จะเป็นการจัดเรียงอันดับหุ้นตามสูตรการลงทุนชื่อดัง<span class="s2"> Magic Formula </span>ที่พัฒนาขึ้นโดย<span class="s2"> Joel Greenblat </span>โดยจะเรียงหุ้นที่มีกำไรดีและราคาถูกที่สุดไว้ด้านบนของจอ สูตร<span class="s2"> Magic Formula </span>นี้ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าชนะตลาดหุ้นได้ง่ายดายในหลายๆประเทศ เช่น ไทย<span class="s2">, </span>สิงคโปร์<span class="s2">, </span>อเมริกา</p>
<p class="p5">โดยสามารถเลือกให้สูตร<span class="s2"> Magic Formula </span>ทำการเรียงประสิทธิภาพการทำกำไรของหุ้นโดย<span class="s2"> ROE </span>หรือ<span class="s2"> ROIC </span>การเรียงโดย<span class="s2"> ROIC (Return On Investment Capital) </span>จะแสดงด้วยเช่นกันว่าบริษัทนั้นได้บริหารหนี้เพื่อสร้างรายได้ได้ดีแค่ไหน</p>
<p class="p9"><b>Intelligence Suggestions</b></p>
<p class="p7">จะเป็นการแนะนำหุ้นที่มีพื้นฐานดีและนักลงทุนกำลังให้ความสนใจซึ่งจะมีการบอกด้วยว่าเคยมีหุ้นอะไรบ้างที่แนะนำผ่านฟีเจอร์นี้โดยการกดไปที่<span class="s1"> Historical Suggestions</span></p>
<p class="p6"><b>Compare</b></p>
<p class="p7"><b> </b>คือการเปรียบเทียบหุ้นสองตัวที่อาจจะมีรูปแบบธุรกิจใกล้เคียงกันและต้องนำมาเทียบเคียงกันเพื่อตัดสินใจลงทุนโดยสามารถเปรียบเทียบอินดิเคเตอร์ต่างๆอย่างเช่นงบการเงินรวมถึงราคาหุ้นเพื่อประกอบการตัดสินใจ โดยถ้าหากเป็น<span class="s1"> Pro Package </span>จะสามารถเปรียบเทียบหุ้นได้สามตัวในเวลาเดียวกัน</p>
<p class="p7"><b>ฟีเจอร์ย่อย</b><b></b></p>
<p class="p7">นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ย่อยอื่นๆที่นำมาใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างเช่น</p>
<p class="p7"><span class="s1"><b>Top Social Media </b></span>คือหุ้นที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดใน<span class="s1"> Social Media </span>เช่น<span class="s1"> Facebook <b>Top Gainer/Loser </b></span>หุ้นที่มีการเปลี่ยนแปลงของราคาสูงสุดและต่ำสุด</p>
<p class="p7"><b>เลือกได้ทั้งแบบฟรีและ</b><span class="s1"><b> Package Pro</b><b></b></span></p>
<p class="p7"><b> </b>สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน<span class="s1"> Deepscope </span>สามารถเลือกที่จะสมัคร<span class="s1"> Package Pro </span>ทั้งแบบจ่ายรายเดือนและรายปีได้ โดยความแตกต่างของการใช้งานสองแบบนี้ก็คือ<span class="s1"> Package Pro </span>จะได้รับ<span class="s1"> Signal </span>แนะนำหุ้นทุกวันรวมถึงได้รับการอัพดตหุ้นที่ติดเข้ามาในอันดับของ<span class="s1"> Opportunity Quality </span>และ<span class="s1"> Timing </span>อย่างต่อเนื่อง</p>
<p class="p7">สำหรับนักลงทุนทั้งมือใหม่และมือเก่า<span class="s1"> Deepscope </span>คือ เครื่องมือในการช่วยตัดสินใจลงทุนหุ้นได้รอบด้านทั้งพื้นฐานและเทคนิคเพื่อที่จะสร้างความมั่นใจในการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯและตลาดหุ้นไทย</p>
<p>The post <a href="https://ricco.tech/deepscope-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad/">รีวิว Deepscope แพลตฟอร์มวิเคราะห์หุ้นสหรัฐฯ-ไทย ด้วย AI Signal</a> appeared first on <a href="https://ricco.tech">Ricco - บิตคอยน์ สินทรัพย์ดิจิทัล</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิว Webull โบรกเกอร์ไทยที่เทรดหุ้นและออปชั่นตลาดสหรัฐฯครบวงจรที่สุด</title>
		<link>https://ricco.tech/webull-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นเรศ เหล่าพรรณราย]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Jul 2026 02:54:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Web3 Marketing]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ricco.tech/?p=3213</guid>

					<description><![CDATA[<p>Webull คือ โบรกเกอร์ไทยที่สามารถซื้อขายหุ้นและออปชั่นใน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://ricco.tech/webull-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad/">รีวิว Webull โบรกเกอร์ไทยที่เทรดหุ้นและออปชั่นตลาดสหรัฐฯครบวงจรที่สุด</a> appeared first on <a href="https://ricco.tech">Ricco - บิตคอยน์ สินทรัพย์ดิจิทัล</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="p1"><span class="s1">Webull </span>คือ โบรกเกอร์ไทยที่สามารถซื้อขายหุ้นและออปชั่นในตลาดสหรัฐฯได้ครบวงจรโดยใช้เงินเริ่มต้นเพียงแค่<span class="s1"> 20 </span>บาท เท่านั้นก้สามารถเข้าถึงหุ้นรายตัวและกองทุน<span class="s1"> ETF </span>กว่า<span class="s1"> 10,000 </span>รายการได้ พร้อมกับการให้บริการที่สะดวกสบายกว่าการใช้โบรกเกอร์ต่างประเทศ</p>
<p class="p1"><b>โบรกเกอร์ไทยรายเดียวที่ซื้อขายหุ้นสหรัฐฯได้เต็มรูปแบบ</b><b></b></p>
<p class="p1"><span class="s1"><b> </b>Webull </span>คือ บริษัทหลักทรัพย์ในเครือ<span class="s1"> Webull Corporation </span>เจ้าของแพลตฟอร์มการซื้อขายหลักทรัพย์ชั้นนำในสหรัฐฯและล่าสุดได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์<span class="s1"> Nasdaq </span>เมื่อวันที่<span class="s1"> 15 </span>เมษายน<span class="s1"> 2025 </span></p>
<p class="p3"><span class="s2"> WeBull </span>มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเซนต์ปีเตอส์เบิร์ก รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันให้บริการครอบคลุม<span class="s3"> 14 </span>ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่สหรัฐอเมริกา<span class="s3">, </span>แคนาดา<span class="s3">, </span>เม็กซิโก<span class="s3">, </span>บราซิล<span class="s3">, </span>อังกฤษ<span class="s3">, </span>เนเธอร์แลนด์<span class="s3">, </span>แอฟริกาใต้<span class="s3">, </span>ฮ่องกง<span class="s3">, </span>ญี่ปุ่น<span class="s3">, </span>ออสเตรเลีย<span class="s3">, </span>สิงคโปร์<span class="s3">, </span>อินโดนีเซีย<span class="s3">, </span>มาเลเซีย<span class="s3">, </span>และไทย พร้อมฐานผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนแล้วกว่า<span class="s3"> 23 </span>ล้านบัญชีทั่วโลก</p>
<p class="p1">สำหรับประเทศไทยบริษัทหลักทรัพย์วีบูลล์<span class="s1"> (</span>ประเทศไทย<span class="s1">) </span>จำกัด ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์จากกระทรวงการคลังและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์<span class="s1"> (</span>ก<span class="s1">.</span>ล<span class="s1">.</span>ต<span class="s1">.)</span></p>
<p class="p1"><b>โปรดักต์การลงทุนที่ครบวงจร</b><b></b></p>
<p class="p1"><span class="s1"><b> </b>WeBull </span>ให้บริการซื้อขายหุ้นในตลาดหุ้นอเมริกาทั้งในส่วนของหุ้นรายตัวรวมถึงกองทุน<span class="s1"> ETF </span>กว่า<span class="s1"> 10,000 </span>ตัว โดยสามารถเข้าถึงข้อมูล<span class="s1"> 50 </span>อันดับราคาซื้อและขายที่ดีที่สุดผ่าน<span class="s1"> Level 2 Quotes </span></p>
<p class="p1">จุดเด่นคือใช้วงเงินเริ่มต้นในการซื้อขายเพียง<span class="s1"> 20 </span>บาทเท่านั้นโดยสามารถฝากเงินบาทเข้าไปและทำการแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ยังสามารถซื้อหุ้นสหรัฐฯในรูปแบบของเศษหุ้น<span class="s1"> (Fractional Stock) </span>ทำให้เริ่มต้นซื้อขายด้วยเงินจำนวนไม่มากได้</p>
<p class="p4">——————————</p>
<p class="p1">สมัครเทรดออปชันหุ้นสหรัฐฯกับ<span class="s1"> Webull </span></p>
<p class="p4">——————————-</p>
<p class="p1">นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ที่ช่วยเหลือนักเทรดอย่าง<span class="s1"> Sage Tracker </span>ฟีเจอร์ระดับพรีเมียมที่ช่วยติดตามการซื้อขายแบบเรียลไทม์ของนักลงทุนรายใหญ่และการเคลื่อนไหวของพอร์ตโฟลิโอของนักลงทุนสถาบัน</p>
<p class="p1">สำหรับสาย<span class="s1"> DCA </span>ยังมีฟีเจอร์ที่ช่วยลงทุนอัตโนมัติตามตารางเวลาแบบต่อเนื่อง ด้วยเงินขั้นต่ำ<span class="s1"> 5 </span>ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว<span class="s1"> 160 </span>บาทเท่านั้น โดยไม่มีค่าคอมมิชชันแลยังมี<span class="s1"> Dynamic DCA<span class="Apple-converted-space">  </span></span>เครื่องมือการลงทุนอัจฉริยะที่ปรับจังหวะเวลาซื้อขายให้เหมาะสมตามการเคลื่อนไหวของตลาด</p>
<p class="p1">ส่วนของการฝากเงินยังมีการจ่ายดอกเบี้ยรายวัน<span class="s1"> (Daily Interest) </span>รับดอกเบี้ย<span class="s1"> 3.5% </span>ต่อปีจากยอดเงินสด<span class="s1"> USD </span>ที่คงเหลือในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และฟีเจอร์<span class="s1"> Dividend Reinvestment Plan (DRIP)<span class="Apple-converted-space">  </span></span>นำเงินปันผลกลับมาลงทุนใหม่โดยอัตโนมัติเพื่อเร่งการเติบโตของพอร์ตระยะยาว</p>
<p class="p1"><b>เริ่มต้นซื้อขายหุ้นสหรัฐฯง่ายๆเพียงไม่กี่ขั้นตอน</b><b></b></p>
<p class="p1"><b> </b>นักเทรดสามารถเลือกซื้อขายหุ้นสหรัฐฯได้ทั้งบนแอปพลิเคชั่นและเวบไซต์ โดยเริ่มจากการฝากเงินบาทเข้าไปยังบัญชีของ<span class="s1"> Webull </span>จากนั้นโบรกเกอร์จะทำการแปลงสกุลเงินให้เป็นดอลลาร์สหรัฐฯเพื่อพร้อมที่จะซื้อขาย<span class="s1"> (</span>มีการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนด้วย<span class="s1">)</span></p>
<p class="p1">หลังจากที่เราเลือกหุ้นหรือ<span class="s1"> ETF </span>ที่จะลงทุนได้แล้วให้เลือกไปที่เมนู<span class="s1"> Side Buy </span>จากนั้นเลือก<span class="s1"> Order Type </span>ที่ต้องการ ทั้งแบบ<span class="s1"> Market ,Limit,Stop,Stop Limit </span>และ<span class="s1"> Trailing Stop </span></p>
<p class="p1">จากนั้นกรอกจำนวนหุ้น<span class="s1"> (Quantity) </span>ตามที่ต้องการโดยสามารถเริ่มต้นได้ที่<span class="s1"> 1 </span>หุ้น โบรกเกอร์จะคำนวนจำนวนเงินที่เราต้องใช้ให้ จากนั้นเลือกว่าจะส่งคำสั่งซื้อขายในช่วงที่ตลาดเปิดเทรดหรือซื้อขายในช่วงหลังตลาดปิด จากนั้นก็ยืนยันคำสั่งซื้อได้เลย โบรกเกอร์จะทำการจับคู่ราคาให้กับเราตามที่ได้ส่งออเดอรืไว้</p>
<p class="p1">นักเทรดจะต้องติดตามความเคลื่อนไหวของพอร์ตลงทุนอย่างสม่ำเสมอรวมถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับหุ้นนั้นๆเช่นการจ่ายปันผล<span class="s1"> (</span>โบรกเกอร์จะโอนตรงเข้าพอร์ตลงทุนของเราให้เลย<span class="s1">) </span>หรือการประกาศเพิ่มทุน ลดพาร์ เป็นต้น</p>
<p class="p1"><span class="s1"> WeBull </span>คือ แพลตฟอร์มการลงทุนตลาดหุ้นอเมริหาที่มีความพร้อมมากที่สุดในตอนนี้ สำหรับผู้ที่สนใจเปิดพอร์ตลงทุนสามารถสมัครทางออนไลน์ได้ทันทีผ่านทางลิงค์นี้ได้เลย</p>
<p class="p1"><b>โบรกฯแรกในไทยที่สามารถเทรดออปชั่นหุ้นสหรัฐฯได้</b><b></b></p>
<p class="p1"><b> </b>ความพิเศษของ<span class="s1"> WeBull </span>คือ การเป็นโบรกเกอร์ไทยรายแรกที่สามารถเทรดออปชั่นในตลาดหุ้นสหรัฐฯได้ทั้งหุ้นรายตัวและดัชนีตลาดหุ้น โดยสามารถเข้าถึงข้อมูลราคา<span class="s1"> Options Price Reporting Authority (“OPRA”) </span>และ ข้อมูล<span class="s1"> Cboe Global Indices Feed (“CGIF”) </span>ได้แบบเรียลไทม์ พร้อมเครื่องมือซื้อขายแบบครบครัน ไม่ว่าจะเป็น<span class="s1"> Options Chain </span>ที่แสดงข้อมูลอย่างครบถ้วน การวิเคราะห์สถิติของออปชันแต่ละตัว รวมถึงการวิเคราะห์ความน่าจะเป็นของราคาหุ้นอ้างอิง</p>
<p class="p1"><b>โปรดักต์ครบสำหรับนักเทรด</b><span class="s1"><b> Options </b></span></p>
<p class="p1">นอกจากหุ้นในตลาดสหรัฐฯนักเทรดยังสามารถซื้อขาย<span class="s1"> Options </span>ของหุ้นรายตัวรวมถึงดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาได้ใน<span class="s1"> WeBull </span>ทั้งแอปพลิเคชั่นบนมือถือและ<span class="s1"> Web Browser </span>โดยมีค่าคอมมิชชัน<span class="s1">: 0.55 </span>ดอลลาร์ ต่อสัญญา โดยไม่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดตอนนี้ ถึงอย่างไรยังมีค่าธรรมเนียมจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น<span class="s1"> SEC </span>และ<span class="s1"> FINRA </span>รวมถึงค่าธรรมเนียมจาก<span class="s1"> Options Exchanges </span>และ<span class="s1"> OCC </span>ซึ่งเป็นไปตามอัตราที่กำหนด</p>
<p class="p1">นอกจากฟีเจอร์พื้นฐานอย่าง<span class="s1"> Buy Call </span>และ<span class="s1"> Put Options </span>แล้ว<span class="s1"> WeBull </span>ยังถือเป็นโบรกเกอร์รายแรกของไทยที่ให้บริการ <span class="s2">Options Level 1 </span><span class="s3">ซึ่งมีกลยุทธ์ที่หลากหลายมากกว่าแค่เทรดตามทิศทางราคาอย่างเช่น</span><span class="s2"> Covered Call </span><span class="s3">และ</span><span class="s2"> Cash Secured Put</span></p>
<p class="p2">โดย<span class="s2"> Covered Call </span>คือกลยุทธ์การลงทุนสำหรับผู้ที่มีหุ้นจริงอยู่ในพอร์ตต้องการที่จะสร้างรายได้จากค่า<span class="s2"> Premium </span>จึงได้ทำการขาย<span class="s2"> Call Option </span>ให้กับนักลงทุนคนอื่น ถือเป็นกลยุทธ์ที่สร้างรายได้แบบ<span class="s2"> Passive Income </span>ในขณะที่ยังถือหุ้นอยู่เพื่อรับผลตอบแทนหลายทาง</p>
<p class="p3">ส่วนกลยุทธ์<span class="s1"> Cash Secured Put </span>คือกลยุทธ์การขาย<span class="s1"> Put Option </span>ให้กับนักลงทุนคนอื่นเพื่อรับค่า<span class="s1"> Premium </span>ขณะเดียวกันผู้ขายเองต้องการที่จะซื้อหุ้นนั้นๆในราคาต่ำอยู่แล้ว</p>
<p class="p3">ทั้งสองกลยุทธ์นี้จึงมีความต่างกับการ<span class="s1"> Buy Call </span>หรือ<span class="s1"> Put Option </span>เพื่อเทรดทำกำไรจากทิศทางราคาหรือแบบ<span class="s1"> Active Income </span>แต่ทำเพื่อสร้างผลตอบแทนแบบ<span class="s1"> Passive Income </span>แทน แต่อาจต้องมีความรู้ความเข้าใจในเครื่องมือตลอดจนกราฟเทคนิคในระดับสูง</p>
<p class="p3"><b>สิทธิพิเศษอื่นๆเฉพาะที่</b><span class="s1"><b> WeBull </b><b></b></span></p>
<p class="p3">ผู้ที่เทรดหุ้นหรือ<span class="s1"> Options </span>กับ<span class="s1"> WeBull </span>ยังมีสิทธิพิเศษอื่นๆอีกเช่น วงเงินคุ้มครองพอร์ตสูงสุด<span class="s1"> 500,000 </span>ดอลลาร์ต่อบัญชีโดย<span class="s1"> SIPC<span class="Apple-converted-space">  </span></span>ลดภาษีปันผลเหลือ<span class="s1"> 15% </span>โดยสมัครผ่านฟอร์ม<span class="s1"> W-8BEN </span>ฟรี</p>
<p class="p3">สำหรับหุ้นสหรัฐฯมีค่าคอมมิชชั่นเพียง<span class="s1"> 0.10% </span>พร้อมข้อมูล<span class="s1"> Real-time<span class="Apple-converted-space">  </span></span>สามารถเทรดหุ้น และ<span class="s1"> ETFs </span>ได้<span class="s1"> 24 </span>ชม<span class="s1">. </span>โดยการซื้อขายช่วง<span class="s1"> Overnight </span>สามารถส่งคำสั่งประเภท<span class="s1"> Limit Order </span>ได้เท่านั้น ส่วนการซื้อขายที่ดำเนินการระหว่าง<span class="s1"> 20:00 EST </span>ถึง<span class="s1"> 0:00 EST </span>จะเป็นคำสั่งซื้อขายของวันทำการถัดไป รวมถึง<span class="s1"> Fractional Shares </span>จะรองรับในช่วงเวลาซื้อขายปกติ</p>
<p class="p1">ที่สำคัญยังไม่ติดกฎ<span class="s1"> Pattern Day Trader (PDT) </span>ซึ่งเป็นข้อกำหนดของ<span class="s1"> FINRA </span>ที่จำกัดการเทรดรายวันสำหรับบัญชีมาร์จิ้นที่มีสินทรัพย์ต่ำกว่า<span class="s1"> 25,000 </span>ดอลลาร์ สำหรับนักลงทุนที่ใช้<span class="s1"> Margin Account </span>และมีสินทรัพย์รวมต่ำกว่า<span class="s1"> 25,000 </span>ดอลลาร์ ถ้าซื้อขายหลักทรัพย์เดียวกันภายในวันเดียวกัน<span class="s1"> 4 </span>ครั้งขึ้นไปใน<span class="s1"> 5 </span>วันทำการ จะเข้าข่าย<span class="s1"> Pattern Day Trader </span>ต้องรักษายอดสินทรัพย์<span class="s1"> 25,000 </span>ดอลลาร์ขึ้นไป เพื่อทำการเทรดรายวันต่อไปได้<span class="s1"><span class="Apple-converted-space">  </span></span>แต่ถ้าใช้บัญชี<span class="s1"> Cash Account </span>กับ<span class="s1"> Webull </span>จะไม่ติดเรื่อง<span class="s1"> PDT </span></p>
<p class="p1"><b>ค่าธรรมเนียมระดับต่ำ</b><b></b></p>
<p class="p1">จุดเด่นของ<span class="s1"> WeBull </span>คือ อัตราค่าธรรมเนียมซื้อขายในระดับต่ำโดยเฉพาะออปชั่นที่มีค่าธรรมเนียมเพียงแค่<span class="s1"> 0.55 </span>ดอลลาร์สหรัฐฯเท่านั้น ขณะที่ค่าธรรมเนียมการซื้อขายหุ้นในเวลาทำการซื้อขายปกติจะอยู่ที่<span class="s1"> 0.10% </span>และนอกเวลาซื้อขายปกติที่<span class="s1"> 0.15% </span>ซึ่งถือว่าต่ำกว่าโบรกเกอร์ทั่วไปค่อนข้างมาก</p>
<p class="p1">
<p>The post <a href="https://ricco.tech/webull-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad/">รีวิว Webull โบรกเกอร์ไทยที่เทรดหุ้นและออปชั่นตลาดสหรัฐฯครบวงจรที่สุด</a> appeared first on <a href="https://ricco.tech">Ricco - บิตคอยน์ สินทรัพย์ดิจิทัล</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
